การนำ “ขยะ” กลับมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งกระแสของเทรนด์รักษ์โลก ที่ผู้คนให้ความสนใจมาก ต้องบอกว่าแนวคิดธุรกิจสินค้ารักษ์โลก เกิดขึ้นมานานแล้วแต่กระแสสังคมและกลุ่มผู้บริโภคไม่ได้สนใจมหาศาลเท่ากับทุกวันนี้  เนื่องจากในยุคก่อนสินค้ารักษ์โลกมักมีราคาสูงและเป็นสินค้าที่ดูเข้าถึงยากสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่ปัจจุบันแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์มีการพัฒนาไปมาก หลายแบรนด์มีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาใช้ผลิตสินค้าให้กลายเป็นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้หลอดกระดาษ จาน ชาม กล่องใส่อาหารที่สามารถย่อยสลายได้แทนการใช้โฟม การใช้ถุงกระดาษหรือถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ไปจนถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ มาพัฒนาสินค้ารักษ์โลกในรูปแบบใหม่ๆ ที่แปลกตา สามารถใช้งานได้จริง ในราคาที่จับต้องได้

รายงานวิจัยบริษัทวิจัยการตลาดเชิงลึก Kantar ได้ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค 19 ประเทศ จำนวน 80,000 คน ที่คลอบคลุมหลายทวีปรวมถึงเอเชีย สำรวจกลุ่มคนรักษ์โลกพบว่า มีคนใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2022 โดยให้ความสนใจเกี่ยวกับ Eco มีทั้งหมด 5 ประเด็น คือ โลกร้อน, ขยะพลาสติก, มลพิษทางน้ำ, ภาวะขาดแคลนแหล่งน้ำและมลพิษทางอากาศ

นั่นทำให้ปัจจุบันจะได้เห็นภาพของ “ขยะ” ถูกนำกลับมารีไซเคิลได้อีกครั้ง ให้เป็น ECO Product อาทิ เสื้อผ้า ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงปะการังเทียม จากเศษคอนกรีตเพิ่มที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ทะเล

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดล (CCMU) เมื่อปี 2022 เผยว่า คนไทยกลุ่มคนรักษ์โลก กว่า 74% มีโอกาสเลือกใช้สินค้าและพร้อมปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันให้ดีต่อสิ่งแวดล้อม และมี 37.6% มองหาสินค้า Eco เท่านั้น และพร้อมจ่ายเงินให้สินค้าหรือบริการนั้น

แน่นอนว่าโอกาสของสินค้า ECO Product และธุรกิจรักษ์โลกต้องมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคประเภทรักษ์โลกมีแนวโน้มพฤติกรรมที่ชัดเจนมากขึ้นและเพิ่มจำนวนขึ้น จากการวิเคราะห์ของ Kantar ได้มีการแบ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม ออกเป็น  

  • Eco Actives กลุ่มนักช้อปที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและลงมือทำอย่างจริงจัง ครองมูลค่าตลาดราว 446 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2020 ประมาณ 70 พันล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทียบจากปี 2019 เพิ่มขึ้น 6% และปี 2020 เพิ่มขึ้น 1% 
  • กลุ่มที่ 2 คือ  Eco Considerers กลุ่มนักช้อปที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจริง 
  • กลุ่มที่ 3 คือ Eco Dismissers กลุ่มนักช้อปที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ลงมือทำเลย ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ

การมาถึงของเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างในกลุ่มคนยุคใหม่ ซึ่งหันมาตระหนักปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบมาจากการบริโภคสินค้าและผลิตภัณฑ์จากมนุษย์มากขึ้น โดยคนเจนเนอเรชั่น Z เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้ารักษ์โลกมากที่สุด เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เจอกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมาตลอดช่วงอายุ ทำให้คาดหวังว่าแบรนด์หรือธุรกิจจะมีการพัฒนาสินค้าที่มุ่งเน้นในด้านความยั่งยืนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและพร้อมสนับสนุกสินค้ารักษ์โลกหรือสินค้า ECO Product ได้มากกว่าเจเนอเรชั่นอื่น ๆ

กระแสดังกล่าว ก่อให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนานวัตกรรมสินค้ารักษ์โลกในแทบทุกอุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นคือธุรกิจแฟชั่น ที่มีนวัตกรรมสินค้าผ้ามาเจาะเทรนด์ ECO Product มากขึ้น เช่น ใช้วัสดุในการผลิตที่มาจากเส้นใยพืช 100% หรือเทคโนโลยีการรีไซเคิลจากพลาสติกมาทำเป็นเสื้อผ้าใยโพลีเอสเตอร์ได้ โดยเสื้อผ้ารีไซเคิลมีคุณสมบัติระบายน้ำและระบายความชื้น เหมาะกับเสื้อผ้ากีฬา หรือเสื้อผ้าที่ใส่ในประเทศไทยตลอดทั้งปีซึ่งในอดีตเป็นกระบวนการที่คาดไม่ถึง แต่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาออกมาให้เห็น 

ไอเดียการพัฒนาสินค้า ECO Product ของคนไทย ยังคงมีการพัฒนาออกมาจากต่อเนื่อง โดยเฉพาะจาก “พลาสติก” อาทิ การนำถุงพลาสติก ถุงอาหารสัตว์เลี้ยง มารีไซเคิลทำเป็นบล็อกแมวจากถุงอาหารแมว เป็นบล็อกที่ผลิตจากถุงอาหารแมว 100 % ซึ่งสามารถกำจัดขยะพลาสติกได้ 4.4 กก.ต่อ 1 ตัว (คิดเป็นถุงอาหารแมว 44 ถุง ต่อ 1 ตัว) หรือใช้ถุงอาหารแมว 44 กก. ต่อ 1 ตร.ม. 

แม้แต่การนำขยะพลาสติกเหลือใช้ 100% โดยใช้ซองกาแฟ 3 in 1 จำนวน 7,200 ซองมาผลิตเป็นเก้าอี้ตำน้ำพริกจากขยะถุงพลาสติก ซึ่งเป็นเก้าอี้ต้นแบบที่กลุ่ม GREEN ROAD จะผลิตเพื่อนำไปวางที่สวนสาธารณะ ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค 

อย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจในต่างประเทศจากสตูดิโอออกแบบ Antwerp อย่าง Ecobirdy แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ที่ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการศึกษาวัสดุพลาสติกนำมารีไซเคิล เพื่อมาสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ซึ่งผลิตจากของเล่นพลาสติกเก่าหรือไม่ได้ใช้งานและนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิล โดย Ecobirdy ตั้งเป้ารีไซเคิลขยะพลาสติกจากของเล่นเก่าให้ได้ 250,000 กิโลกรัม เพื่อลดขยะพลาสติกที่ส่วนใหญ่กว่า 80%จะถูกฝังกลบ เผา หรือทิ้งลงทะเล 

แม้แต่วงการอสังหาฯ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอุตสาหกรรมที่พลังงานมากเปนอันดับต้นๆ ของโลก ก็ยังหันมาให้ความสำคัญกับเทรนด์ Eco แต่จะมาในรูปแบบของบ้านประหยัดพลังงาน หรือบ้านที่ช่วยดูแลสุขภาพและบ้านที่มีความยืดหยุ่น รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดการใช้วัสดุเหลือทิ้ง 

ยกตัวอย่างโครงการของ “เอสซีจี” ที่ผนึกกำลังกับ “ศุภาลัย” เพื่อทำโครงการ “รักษ์ทะเล” นำเศษคอนกรีตเหลือใช้มาสร้าง “บ้านปะการัง” ด้วยเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution เพื่อฟื้นฟูท้องทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งศุภาลัย ได้นำเศษคอนกรีตรีไซเคิลในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งเกิดจากนำลูกปูนที่ใช้ในการทดสอบกำลังอัดคอนกรีต มาเป็นส่วนผสมทดแทนหินปูน ทำให้วัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังที่ผลิตโดยเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution นั้น มีรูปทรงที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ แข็งแรง ทนทาน และทำมาจากปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ทำให้สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เป็นการสร้างบ้านให้กับปะการัง เพื่อคืนความสมบูรณ์และสมดุลของระบบนิเวศแนวปะการังและสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลไทย นับเป็นต้นแบบการสร้างความมีส่วนร่วมจากพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างความมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม และชุมชนคนรุ่นใหม่ แม้ว่าโครงการนี้จะไม่ได้ปรับมาเป็นธุรกิจที่สามารถซื้อขายได้ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจและเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (CSR) 

จากภาพรวมตอนนี้ จะเห็นว่ามีหลายอุตสาหกรรมหันมาใช้แนวคิดรักษ์โลกในการพัฒนาสินค้าและบริการไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ซึ่งจากแนวโน้มการเปลี่ยนของโลกแนวคิด ECO Product หรือการเปลี่ยนขยะเป็นสินค้า จะไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นบรรทัดฐาน (Norm) ของสังคมยุคใหม่ ที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ควรมองข้ามและต้องตามให้ทัน หากต้องการยกระดับธุรกิจของคุณ

อ้างอิง