ดร.ผลบุญ นันทมานพ

เป็นอีกหนึ่งผู้ทรงความรู้ที่มีเชี่ยวชาญเชิงวิเคราะห์และประเมินโอกาสทางการธุรกิจ-อุตสาหกรรม มีความรอบรู้ในศาสตร์ชั้นสูงเชิงกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารเชิงกลยุทธ์, การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Strategic Business Management), การพัฒนาสมรรถนะการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking Competency Development), การพัฒนาองค์กร (Organization Development), การพัฒนาธุรกิจ (Sustainiable Business Growth Development), การบริหารกลยุทธ์การตลาด (Strategic Marketing Management), การบริหารนวัตกรรม (Innovation Management), การบริหารการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development Management) ไปจนถึงการศึกษาวิเคราะห์บริบทเชิงเศรษฐกิจของประเทศเป้าหมาย (Economic Landscape) 

ดร.ผลบุญ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเอเซีย และปริญญาโท 2 ใบ ด้านนโยบายและบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา และ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ประสบการณ์การวางแผนยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของดร.ผลบุญ ไม่เพียงเกิดความแตกฉานจากการศึกษาเฉพาะทางอย่างลึกซึ้งเท่านั้น หากเกิดจากการสั่งสมจากสนามธุรกิจจริงตลอดหลายทศวรรษจากบริษัทชั้นนำของประเทศ และวงการอุตสาหกรรมระดับโลก ในหลากหลายบทบาททั้งการเป็นที่ปรึกษาและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ

ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้ องค์การมหาชน (TK Park Public Organization, Thailand), ผู้จัดการธุรกิจ บริษัท กรีนสปอต จำกัด, กรรมการบริหารและทีปรึกษาประธานบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือบริษัท VAW ประเทศเยอรมนี, ผู้อำนวยการการตลาด ภาคพื้นเอเซียตะวันออก บริษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟ, ผู้อำนวยการการตลาด บริษัทไบเออร์สดอฟ จำกัด, ผู้จัดการการตลาด/ผลิตภัณฑ์ บริษัท เฮิกซ์ไทย จำกัด Hoechst Thai Co., Ltd.

ปัจจุบันนอกจากเป็นอนุกรรมการแผนงาน Innovation Driven Enterprise : IDE หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความ สามารถในการแข่งขันของประเทศ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรมแห่งชาติแล้ว ยังดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลากหลายหน่วยงาน อาทิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คริมสันคอนซัลติ้ง จำกัด, กรรมการที่ปรึกษา บริษัท อิสเวสท์สีด จำกัด, ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KURDI), และ คณะสัตวแพทยศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ, สถาบันค้นคว้าวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตร (KAPI)